
เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งคอนเสิร์ตที่เต็มไปด้วยพลังของเสียงดนตรีและความรู้สึกที่เชื่อมต่อระหว่างศิลปินกับแฟนๆ อย่างลึกซึ้ง สำหรับ ‘BILLKIN FEELQUENCY CONCERT PRESENTED BY CP’ คอนเสิร์ตใหญ่เต็มรูปแบบของศิลปินคุณภาพ ‘BILLKIN’ (บิวกิ้น – พุฒิพงศ์ อัสสรัตนกุล) ที่ทุบสถิติบัตร SOLD OUT ทั้ง 3 รอบการแสดง โดยบิวกิ้นได้ถ่ายทอดทุกอารมณ์ผ่านบทเพลงและการแสดงบนเวทีภายใต้คอนเซ็ปต์ Music Quality ในแบบฉบับของตัวเอง ที่เปลี่ยนทุกบทเพลงให้กลายเป็น คลื่นความรู้สึก ที่ส่งตรงถึงแฟนๆ ทั้งฮอลล์ ตลอดทั้งโชว์ บิวกิ้นได้พาผู้ชมเข้าสู่ช่วงของเสียงดนตรีที่เต็มไปด้วยเรื่องราวและความหมาย ผ่านการร้องและการแสดงที่ใส่เต็มทุกอารมณ์ พร้อมด้วยนักดนตรีกว่า 80 ชีวิต ผสานเข้ากับโปรดักชันเวที แสง สี เสียง เอฟเฟกต์ ที่สร้างความประทับใจให้กับผู้ชมตลอดทั้งโชว์ ไฮไลต์สำคัญคือเวทีคอนเสิร์ตขนาดใหญ่ที่มีแคทวอล์คเป็นวงรี ที่ออกแบบให้ล้อมรอบพื้นที่ผู้ชมด้านใน ทำให้ศิลปินสามารถเดินไปหาแฟนๆ ได้อย่างใกล้ชิด พร้อมการ Rearrange เพลงใหม่ เพื่อเป็นการมอบความพิเศษสำหรับคอนเสิร์ตครั้งนี้ สร้างประสบการณ์ การชมคอนเสิร์ตที่ทั้งอบอุ่นและทรงพลังในเวลาเดียวกัน อีกหนึ่งเซอร์ไพรส์ที่สร้างเสียงกรี๊ดสนั่นฮอลล์ คือ โมเมนต์เปิดตัวในวันที่ 2 และวันสุดท้าย ที่บิวกิ้นปรากฏตัวพร้อมลุคผมสั้นใหม่ ทำเอาแฟนๆ ฮือฮา และกลายเป็นกระแสที่พูดถึงอย่างมากบนโซเชียล



นอกจากนี้ทั้ง 3 รอบการแสดงยังเสริมทัพความพิเศษแขกรับเชิญศิลปินคุณภาพ นำโดย ‘ป๊อด ธนชัย’, ‘โอ๊ต ปราโมทย์’, ‘ป๊อบ ปองกูล’, ‘ดา เอ็นโดรฟิน’, ‘โจ๊ค IScream’ และ ‘นนท์ ธนนท์’ ที่มาร่วมกันสร้างสีสันบนเวทีและมอบความเอ็นเตอร์เทนให้แฟนๆ อย่างเต็มอิ่ม งานนี้กระแสตอบรับยังมาแรงเกินต้าน ส่งให้ #BILLKIN_FEELQUENCY_D1 #BILLKIN_FEELQUENCY_D2 #BILLKIN_FEELQUENCY_D3 พุ่งทะยานขึ้นเทรนด์ X อันดับ 1 ของไทย อีกด้วย กับความพิเศษที่จัดขึ้นทั้งหมด 3 รอบการแสดง ในวันที่ 13, 14, 15 มีนาคม 2569 ณ อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี

เริ่มเปิดเวทีอย่างทรงพลังพร้อมพาทุกคนเข้าสู่คลื่นความถี่ด้วยเพลง ‘นับหนึ่ง (From Now On)’ ที่ปลุกพลังคนทั้งฮอลล์ตั้งแต่วินาทีแรก ต่อด้วย ‘Golden Hour’ และ ‘โคตรพิเศษ’ ที่มาเติมเต็มบรรยากาศความอบอุ่นและความสุขให้กับคนดู ก่อนที่บิวกิ้นจะเข้าสู่ช่วงทักทายแฟนๆ แล้วพาคนดูไปสนุกกับคลื่นความถี่ต่อเนื่องในเพลง ‘Daily Magic’, ‘Play That Funky Music’, ‘I Got You (I Feel Good)’ ที่ชวนทุกคนโยกตามอย่างสนุกสนาน พร้อมแขกรับเชิญคนพิเศษในวันแรกได้ศิลปินระดับตำนาน ‘ป๊อด ธนชัย’ มาร่วมสร้างสีสันบนเวทีในเพลง ‘แปลไม่ออก’ ด้วยไลน์ประสานที่ทรงพลังและตราตรึงใจคนฟังสุดๆ ต่อด้วยเพลง ‘เจ้าหญิง’, ‘บุษบา’ และ ‘ตาสว่าง’ ก่อนจะส่งท้าย ด้วยเพลงของทั้งคู่ที่ทุกคนรอคอย ‘I’m ok // not ok’ ที่ถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกอย่างลึกซึ้ง สำหรับวันที่ 2 ได้ ‘ดา เอ็นโดรฟิน’ มาร่วมสร้างโมเมนต์พิเศษในเพลง ‘Don’t Start Now’ ที่เติมพลังความสนุกแบบจัดเต็ม ก่อนจะร่วมโชว์พลังเสียงร่วมกับบิวกิ้นในเพลง ‘So Easy (To Fall In Love)’, ‘ก้าวก่าย’ และ ‘น้ำเต็มแก้ว’ และในส่วนของวันสุดท้ายได้ ‘นนท์ ธนนท์’ มาร่วมโชว์พลังเสียงสุดละมุนในเพลง ‘กลับมาคบกันเถอะ (Please Please)’, ‘ขอโทษได้ไหม (If Only)’, ‘พูดตรงๆ’ และปิดท้ายด้วยเพลง ‘ตายทั้งเป็น’ ที่ทำให้แฟนๆ ได้ดื่มด่ำกับเสียงร้องคุณภาพของทั้งคู่แบบสดๆ พร้อมหูเคลือบทองกันทั้งฮอลล์ หลังจากนั้นบิวกิ้นพาแฟนๆ ดื่มด่ำไปกับช่วงเพลงฮิตที่เรียงร้อยท่วงทำนองดนตรีใหม่ผ่านการบรรเลงบทเพลงเพราะด้วยวงเครื่องสายกว่า 30 ชิ้น ไม่ว่าจะเป็นเพลง ‘การเดินทางที่สวยงาม (A Beautiful Ride)’, ‘สวยงามเสมอ (Ever-Forever)’ ที่อบอวลไปด้วยความอบอุ่น ต่อด้วยเพลง ‘You are my everything’ ซึ่งเป็นเพลงแรกในการเริ่มต้นเส้นทางการเป็นศิลปินของบิวกิ้น ที่พาคนฟังทั้งฮอลล์ย้อนกลับไปสู่ความทรงจำตอนที่หลงรักเสียงของบิวกิ้นเป็นครั้งแรก ก่อนจะชวนแฟนๆ ร้องตามกันสนั่นกับ ‘หลอกกันทั้งนั้น (Fake News)’, และเพลงฮิตอย่าง ‘กีดกัน (Skyline)’, ‘ชอบตัวเองตอนอยู่กับเธอ (I Like Us)’ ที่สร้างบรรยากาศความสนุกและประทับใจไพร้อมกัน ก่อนจะเข้าสู่ VTR ธีม Broadway Musical ที่สร้างความโรแมนติกให้กับโชว์ ตั้งแต่ภาพบิวกิ้นที่กำลังแต่งตัว จัดดอกไม้ ตัดชุด เขียนจดหมาย ไปจนถึงการฝึกเต้นรำ ก่อนจะเข้าสู่ช่วงที่บรรเลงดนตรีจาก Jazz Big Band กับวงเครื่องเป่ากว่า 13 ชิ้น พร้อมเวทีลิฟต์ยกขึ้นสู่เพลง ‘Mr. Everything’ ในเวอร์ชันที่นำมา Rearrange ใหม่ ที่เพิ่มความโรแมนติกและกลิ่นอายคลาสสิก จากนั้นพาแฟนๆ ย้อนไปฟังเพลงระดับตำนานอย่าง ‘I Just Called To Say I Love You’, ‘My Way’ ที่เติมเต็มบรรยากาศสุดอบอุ่น ก่อนเข้าสู่ช่วงการแสดงบนเวทีรองที่บิวกิ้นร่วมร้องกับเปียโนกับ 3 เพลงเศร้า เพลง ‘ตัวโดน’, ‘ยิ้มทั้งน้ำตา (Always)’ และ ‘ใครจะรู้ (Silent Blue) ที่ทั้งเสียงร้องและเสียงเปียโน ค่อยๆ สะกดอารมณ์คนดูทั้งฮอลล์ให้ดำดิ่งลึกลงไปกับความรู้สึกและความหมายของเพลงไปจนถึงท่อนสุดท้ายของเพลงใครจะรู้ ที่กระชากอารมณ์คนดูขึ้นมาด้วยเสียงร้องของบิวกิ้น และเทคนิคของแสง ไฟ ควัน และกระดาษที่โปรยลงมา ปิดท้ายพาร์ทนี้ไปอย่างสุดประทับใจ


จากนั้นกลับเข้าสู่เวทีใหญ่ที่พาทุกคนเข้าสู่ช่วงแขกรับเชิญสุดเซอร์ไพรส์โดยในวันแรก ‘โอ๊ต ปราโมทย์’ และ ‘ป๊อบ ปองกูล’ ขึ้นเวทีมาร่วมสร้างโมเมนต์สุดพิเศษกับเพลง ‘Leave The Door Open’ ต่อด้วย ‘Careless Whisper’ และร่วมพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน และเพิ่มดีเทลความน่ารัก ที่ทั้ง 2 ได้ใส่วิกผมสั้นให้เป็นทรงเดียวกับ บิวกิ้น ก่อนจะต่อเนื่องด้วยเพลง ‘เมื่อวาน’ และ ‘ภาพจำ’ ที่แฟนๆ ร่วมร้องตามกันทั้งฮอลล์ และวันที่ 2 ได้ ‘โจ๊ค IScream’ มาเสริมทัพความสนุกร่วมโชว์เพลง ‘My name is Brian’ กับ ‘โอ๊ต ปราโมทย์’ ก่อนที่ทั้งคู่จะร่วมโชว์กับบิวกิ้นในเพลงฮิตอย่างเพลง ‘GO!’ ทำเอาคนดูทั้งฮอลล์ถึงกับว้าว!! ที่ได้เห็นทั้ง 3 คนโชว์เพลงในสไตล์ KPOP และเพลงเพราะซึ้งโดนใจอย่าง ‘ชีวิตที่ขาดเธอ’ และในส่วนของแขกรับเชิญในวันสุดท้าย ‘โอ๊ต ปราโมทย์’, ‘ป๊อบ ปองกูล’ และ ‘โจ๊ค IScream’ ได้รวมตัวบนเวทีพร้อมโชว์พลังเสียงจัดเต็มในเพลงฮิตอย่าง ‘Golden’ และโชว์สเต็ปบอยกรุ๊ปกับเพลง ‘Bye Bye Bye’ และ ‘ใจฉันตามเธอไป’ สร้างเซอร์ไพรส์และเสียงกรี๊ดสนั่นฮอลล์ให้กับแฟนๆ

และเข้าสู่ช่วงที่ให้แฟนๆ ได้โชว์โมเมนต์น่ารักๆ กับ ‘BILLKIN FANCAM’ และ ‘BILLKIN LUCKY DRAW’ ที่ให้แฟนๆ ได้ร่วมลุ้นเป็นผู้โชคดีรับโปสเตอร์พร้อมลายเซ็นสุดเอ็กซ์คลูซีฟจากบิวกิ้น ก่อนพาทุกคนลุกขึ้นแดนซ์ไปกับเมดเลย์เพลงฮิตอย่าง ‘รักแรกพบ (Knock Knock)’, ‘I ไม่ O (IXO)’, ‘ออกมาเต้น’, ‘พูดไม่คิด’, และ ‘ยิ่งดุยิ่งชอบ’ ต่อด้วยเพลง ‘สักวันฉันจะดีพอ’, ‘หมากัด’ ที่ทุกคนได้เห็นสเต็ปการเต้นจากบิวกิ้น และ ‘Mr. Everything’ ที่บิวกิ้นเดินไปทักทายแฟนๆ รอบฮอลล์ พร้อมเผยภาพเบื้องหลังการซ้อมคอนเสิร์ตให้แฟนๆ ได้ชมกัน ก่อนที่บิวกิ้นจะหวนคืนสู่เวทีอีกครั้งในช่วงท้าย พร้อมส่งต่อพลังแห่งความรู้สึกผ่านเพลง ‘See You Somewhere’, ‘กอดในใจ’ ก่อนปิดท้ายค่ำคืนด้วยอีกหนึ่งความทรงจำที่แสนพิเศษด้วยเพลง ‘Grow With The Flow’ บทเพลงที่บิวกิ้นได้เขียนเนื้อร้องเอง บรรยากาศค่อยๆ หลอมรวมอารมณ์ของค่ำคืนให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ผ่านทุกท่วงทำนองการประสานเสียงของเหล่าคอรัสกว่า 30 ชีวิต ที่ช่วยขับร้องให้ตราตรึงและสะกดใจผู้ฟังอย่างเต็มอิ่ม ก่อนที่บิวกิ้นจะกล่าวขอบคุณแฟนๆ ที่มาร่วมสร้างความทรงจำร่วมกันในคอนเสิร์ตครั้งนี้ ท่ามกลางรอยยิ้ม ความสุข และโมเมนต์ที่อบอวลไปด้วยความรู้สึกดีๆ คอนเสิร์ตนี้เป็นเหมือนบทสรุปที่ถ่ายทอดและบอกเล่าเรื่องราวของความฝัน ดนตรี และตัวตนของของบิวกิ้นในวันนี้ และเป็นจุดเชื่อมสำคัญของการเดินทางต่อไปข้างหน้า บนเส้นทางการเป็นศิลปินที่ทุกคนต้องรอติดตาม และที่สำคัญคอนเสิร์ตนี้คืออีกหนึ่งความทรงจำสุดพิเศษร่วมกันของบิวกิ้นและแฟนๆ ที่จะเก็บไว้ในใจไปอีกนาน